พระบรมมหาราชวัง (The Grand Palace) กรุงเทพมหานคร: อัญมณีแห่งสยามประเทศที่ต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต
หากคุณกำลังวางแผนเดินทางมาท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยสีสันและความมีชีวิตชีวาของประเทศไทย มีสถานที่หนึ่งที่ไม่ว่าคุณจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด หรือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากอีกซีกโลก สถานที่แห่งนี้คือ “จุดหมายปลายทางไฟต์บังคับ” ที่คุณต้องบรรจุไว้ในลิสต์การเดินทาง สถานที่ที่เรากำลังพูดถึงคือ “พระบรมมหาราชวัง” (The Grand Palace) และ “วัดพระศรีรัตนศาสดาราม” (วัดพระแก้ว) ศูนย์รวมจิตวิญญาณ งานสถาปัตยกรรมชั้นครู และประวัติศาสตร์อันยาวนานของชาติไทย
ในบทความนี้ Hotel Bangkokian จะพาทุกท่านไปเจาะลึกทุกซอกทุกมุมของพระบรมมหาราชวัง สำรวจความวิจิตรตระการตาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงสีขาวทอดยาว และค้นหาคำตอบว่าทำไมสถานที่แห่งนี้จึงดึงดูดผู้คนนับล้านจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือนในทุกๆ ปี พร้อมแล้วเตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกเดินทางไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ด้วยกันเลย!
ปฐมบทแห่งความยิ่งใหญ่: ประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจ
พระบรมมหาราชวังเปรียบเสมือนหัวใจของกรุงเทพมหานคร ถูกสร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เมื่อปี พ.ศ. 2325 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการปกครอง เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ และเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นยุคใหม่หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยา
พื้นที่กว่า 152 ไร่ (ประมาณ 244,000 ตารางเมตร) แห่งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่กลุ่มอาคาร แต่เป็นผืนผ้าใบขนาดใหญ่ที่รวบรวมเอาสุดยอดงานศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และประติมากรรมของช่างสิบหมู่ไทยที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แม้ในปัจจุบันพระมหากษัตริย์จะไม่ได้ประทับอยู่ที่นี่เป็นการถาวรแล้ว แต่พระบรมมหาราชวังยังคงถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญระดับชาติ และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสความวิจิตรตระการตาที่ประเมินค่าไม่ได้
ไฮไลท์สำคัญที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนพระบรมมหาราชวัง
ภายในอาณาบริเวณอันกว้างใหญ่ มีจุดที่น่าสนใจมากมายที่คุณต้องใช้เวลาเดินชมอย่างช้าๆ เพื่อซึมซับความงาม นี่คือพิกัดไฮไลท์ที่คุณต้องไปเช็คอิน:
1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
วัดพระแก้วเป็นวัดที่ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐาน (เหมือนกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ในสมัยอยุธยา) จึงไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ไฮไลท์สูงสุดที่ทุกคนต้องมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลคือ “พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร” หรือ “พระแก้วมรกต” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่แกะสลักจากหินหยกสีเขียวเข้มองค์เดียวทั้งแท่ง ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีที่ประดับประดาด้วยทองคำและอัญมณีอย่างวิจิตรงดงาม สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจคือ พระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต ซึ่งพระมหากษัตริย์จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปลี่ยนเครื่องทรงด้วยพระองค์เองในทุกๆ ต้นฤดู (ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว)
2. จิตรกรรมฝาผนังเรื่อง “รามเกียรติ์” ที่ยาวที่สุดในโลก
บริเวณพระระเบียงที่ทอดยาวล้อมรอบวัดพระแก้ว คุณจะได้พบกับภาพจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวมหากาพย์ “รามเกียรติ์” จำนวนถึง 178 ห้อง ภาพวาดเหล่านี้มีความละเอียดอ่อนลงสีอย่างวิจิตร เล่าเรื่องราวการทำศึกระหว่างพระรามและทศกัณฐ์ แนะนำให้ลองเดินชมและสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น การวาดลวดลายบนชุดเกราะ หรือแม้แต่ภาพวิถีชีวิตชาวบ้านที่ศิลปินแอบซ่อนไว้ในฉากหลัง
3. พระศรีรัตนเจดีย์ พระล้งกา และปราสาทพระเทพบิดร
บนฐานไพที (ลานยกสูง) เป็นที่ตั้งของปูชนียสถานสำคัญ 3 องค์ ได้แก่
- พระศรีรัตนเจดีย์: เจดีย์ทรงระฆังคว่ำสีทองอร่าม ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อแสงแดดตกกระทบจะเปล่งประกายสีทองงดงามมาก
- พระมณฑป: อาคารทรงมณฑปที่ประดับด้วยกระจกสี ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระไตรปิฎกฉบับทองทึบ
- ปราสาทพระเทพบิดร: อาคารจัตุรมุขยอดปราสาท ภายในประดิษฐานพระบรมรูปหล่อของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี
4. พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท (สถาปัตยกรรม “ฝรั่งสวมชฎา”)
เมื่อเดินออกจากเขตวัดพระแก้วเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นกลาง คุณจะตื่นตะลึงกับความยิ่งใหญ่ของ “พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท” ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ความโดดเด่นของพระที่นั่งองค์นี้คือการผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิกของยุโรป (ตัวอาคาร) เข้ากับสถาปัตยกรรมไทยประเพณี (ยอดปราสาท 3 ยอด) จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่เรียกกันว่า “ฝรั่งสวมชฎา” บริเวณหน้าพระที่นั่งแห่งนี้ยังเป็นจุดที่มีการเปลี่ยนเวรยามของทหารรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจและดึงดูดนักถ่ายภาพได้เป็นอย่างดี
5. รูปปั้นยักษ์ทวารบาล (The Giant Demon Guardians)
เมื่อเดินผ่านประตูต่างๆ ภายในวัดพระแก้ว คุณจะพบกับรูปปั้นยักษ์ขนาดใหญ่ยืนถือกระบองเฝ้าประตูอยู่ ยักษ์เหล่านี้คือตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ เช่น ทศกัณฐ์ สหัสเดชะ อินทรชิต เป็นต้น แต่ละตนมีสีสันและลักษณะใบหน้าที่แตกต่างกัน เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่แสดงถึงศิลปะไทยได้อย่างชัดเจน
กิจกรรมและประสบการณ์ที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว
- สัมผัสพลังแห่งความศรัทธา: การได้นั่งสงบนิ่งภายในพระอุโบสถวัดพระแก้ว ซึมซับความเย็นสบายและบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นการชาร์จพลังใจที่ยอดเยี่ยม
- สวรรค์ของช่างภาพ: ทุกตารางนิ้วในพระบรมมหาราชวังเต็มไปด้วยลวดลาย กระจกสี และงานประดับมุกที่สะท้อนแสงระยิบระยับ ไม่ว่าคุณจะใช้กล้องโปรหรือสมาร์ทโฟน คุณจะได้ภาพสถาปัตยกรรมที่สวยงามไร้ที่ติกลับไปแน่นอน
- เรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านสถาปัตยกรรม: คุณสามารถเช่าเครื่องบรรยายเสียง (Audio Guide) หรือใช้บริการไกด์ท้องถิ่นเพื่อฟังเรื่องราวเกร็ดประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในแต่ละอาคาร ทำให้การเดินชมสนุกและมีมิติมากยิ่งขึ้น
การเตรียมตัวและข้อควรรู้ก่อนเยือนพระบรมมหาราชวัง (Tips for Visitors)
เพื่อให้การมาเยือนสถานที่สำคัญระดับประเทศของคุณราบรื่น นี่คือกฎระเบียบและข้อควรระวังที่คุณต้องรู้:
- กฎการแต่งกาย (Strict Dress Code): ที่นี่มีความเข้มงวดเรื่องการแต่งกายมากที่สุดในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวของไทย เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่
- ผู้ชาย: ต้องสวมกางเกงขายาว (ห้ามกางเกงขาด) และเสื้อมีแขน (ห้ามเสื้อกล้าม)
- ผู้หญิง: ต้องสวมกระโปรงยาวคลุมเข่า หรือกางเกงขายาวทรงสุภาพ (ห้ามกางเกงรัดรูป เลกกิ้ง เสื้อเอวลอย หรือเสื้อสายเดี่ยว)
- รองเท้า: ควรเป็นรองเท้าหุ้มส้น หรือรองเท้าแตะที่มีสายรัดส้น
- เคล็ดลับ: หากแต่งตัวไม่ผ่าน บริเวณหน้าประตูมีร้านให้เช่า/ซื้อกางเกงช้างหรือผ้าถุง
- ระวังมิจฉาชีพ (The “Palace is Closed” Scam): นี่คือกลลวงคลาสสิกที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มานาน หากมีคนขับรถตุ๊กตุ๊กหรือคนแปลกหน้าเดินมาบอกคุณแถวๆ หน้าทางเข้าว่า “วันนี้พระราชวังปิดทำการ” หรือ “ปิดพักเที่ยง” และเสนอจะพาคุณไปเที่ยววัดอื่นหรือร้านตัดสูทแทน อย่าเชื่อเด็ดขาด! พระบรมมหาราชวังเปิดทำการทุกวันไม่มีวันหยุดพัก (ยกเว้นมีพระราชพิธีสำคัญซึ่งจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการล่วงหน้า) ให้เดินตรงเข้าไปที่ประตูวิเศษไชยศรีได้เลย
- เวลาเปิด-ปิด และค่าเข้าชม: เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 08:30 น. – 15:30 น. (ควรไปถึงแต่เช้าเพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนและฝูงชน) ค่าเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติ 500 บาท ส่วนคนไทยเข้าชมฟรี (เพียงแสดงบัตรประชาชน)
- อุปกรณ์กันแดด: ภายในมีพื้นที่กลางแจ้งค่อนข้างมาก ควรพกร่ม แว่นตากันแดด พัดลมมือถือ และทาครีมกันแดดมาให้พร้อม
พักผ่อนอย่างมีสไตล์ใกล้ชิดเมืองเก่าที่ Hotel Bangkokian
หลังจากใช้เวลาเดินชมความวิจิตรตระการตาของพระบรมมหาราชวังจนเต็มอิ่ม ท่ามกลางอากาศร้อนของกรุงเทพฯ ร่างกายของคุณย่อมต้องการการพักผ่อนอย่างเต็มที่ การเลือกที่พักที่เดินทางสะดวกและให้ความรู้สึกผ่อนคลายจึงเป็นสิ่งสำคัญ
Hotel Bangkokian (โฮเทล แบงค็อกเกียน) คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักเดินทาง โรงแรมของเราตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกสบาย สามารถเชื่อมต่อไปยังย่านเมืองเก่า (เกาะรัตนโกสินทร์) ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าคุณจะเลือกเรียกแท็กซี่ นั่งรถตุ๊กตุ๊กชิลๆ หรือใช้บริการขนส่งสาธารณะ ก็ใช้เวลาเพียงไม่นานในการเดินทางไปยังพระบรมมหาราชวัง
ภายใน Hotel Bangkokian เราออกแบบพื้นที่พักผ่อนด้วยคอนเซปต์ที่ผสมผสานความคลาสสิกของกรุงเทพฯ เข้ากับความสะดวกสบายแบบโมเดิร์น ห้องพักของเรากว้างขวาง เตียงนอนหนานุ่มพร้อมเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ จะช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการเดินเที่ยวทั้งวันได้อย่างปลิดทิ้ง นอกจากนี้ เรายังมีพนักงานที่พร้อมให้คำแนะนำเรื่องเส้นทางการเดินทาง ร้านอาหารท้องถิ่นรสเลิศ และเคล็ดลับการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ประหนึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่รู้ใจ
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ที่สมบูรณ์แบบ ได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของพระบรมมหาราชวัง และได้พักผ่อนในโรงแรมที่มีสไตล์และอบอุ่น ให้ Hotel Bangkokian เป็นส่วนหนึ่งในทริปแห่งความทรงจำของคุณ สำรองห้องพักและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hotelbangkokian.com
การมาเยือนกรุงเทพมหานครจะไม่สมบูรณ์แบบเลย หากคุณไม่ได้ก้าวเท้าเข้าไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของพระบรมมหาราชวังด้วยตาของตัวเองสักครั้ง เตรียมกล้องให้พร้อม เตรียมใจให้เบิกบาน แล้วมาค้นพบอัญมณีแห่งสยามประเทศแห่งนี้กันครับ!

