สายมูต้องจด! รูทไหว้พระเสริมดวงทั่วกรุงเทพฯ เที่ยวสนุก สุขใจ ได้ความรู้ แล้วกลับมาพักหรูที่ โฮเทล แบงค็อกเกียน
“ท่ามกลางตึกระฟ้าและไลฟ์สไตล์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็วของกรุงเทพมหานคร ใครจะรู้ว่าเมืองหลวงแห่งนี้ยังคงซ่อนมนต์ขลังและพลังแห่งศรัทธาเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม! หากปีนี้ชีวิตของคุณรู้สึกติดขัด งานไม่เดิน เงินไม่ไหลลื่น หรือแค่โหยหาความสงบทางจิตใจเพื่อรีชาร์จพลังบวก… เตรียมตัวให้พร้อม! เพราะเรากำลังจะพาคุณออกเดินทางเปิดเส้นทาง ‘ไหว้พระเสริมดวง’ ใจกลางมหานคร ที่ไม่ใช่แค่การไปกราบไหว้ขอพร แต่คือการเจาะลึกประวัติศาสตร์ สัมผัสความงามของสถาปัตยกรรมระดับโลก และทำกิจกรรมสนุกๆ ที่จะทำให้คุณหลงรักกรุงเทพฯ ในมุมมองใหม่ และเมื่ออิ่มบุญจนล้นใจ เราจะพาคุณหลีกหนีความวุ่นวายไปทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มๆ ในโอเอซิสลับใจกลางเมืองอย่าง Hotel Bangkokian (โฮเทล แบงค็อกเกียน) เตรียมตั๋วรถไฟฟ้าและกล้องถ่ายรูปให้พร้อม แล้วไปลุยกันเลย!”

การท่องเที่ยวสไตล์ “มูเตลู” หรือการเดินทางเพื่อเสริมสิริมงคล กำลังเป็นเทรนด์ฮิตที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มผู้ใหญ่ แต่คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ให้ความสนใจอย่างล้นหลาม เพราะนอกจากจะได้ความสบายใจแล้ว วัดในกรุงเทพฯ ยังถือเป็น “พิพิธภัณฑ์มีชีวิต” ที่เก็บซ่อนศิลปกรรมอันวิจิตรตระการตาเอาไว้ วันนี้เราคัด 5 พิกัดวัดดังที่โดดเด่นทั้งในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์และประวัติศาสตร์มาให้คุณแล้ว!
5 พิกัดวัดดัง เสริมดวงปัง บารมีพุ่งปรี๊ด!
1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) – เสริมความเจริญรุ่งเรือง ไร้อุปสรรค
เริ่มต้นรูทบุญกันที่แลนด์มาร์คอันดับหนึ่งของประเทศไทย “วัดพระแก้ว” วัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา แต่เป็นวัดในพระบรมมหาราชวังที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1
- ประวัติและความน่าสนใจ: ที่นี่คือที่ประดิษฐานของ “พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร” หรือพระแก้วมรกต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่แกะสลักจากหยกสีเขียวเข้มชิ้นเดียว ภายในวัดยังมีความวิจิตรของสถาปัตยกรรมไทยชั้นสูง เช่น พระศรีรัตนเจดีย์สีทองอร่าม ปราสาทพระเทพบิดร และภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ที่ยาวที่สุดในโลก
- กิจกรรมและเคล็ดลับการขอพร: นิยมมากราบไหว้ขอพรให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และแคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง แนะนำให้เดินชมภาพจิตรกรรมฝาผนังเพื่อศึกษาเรื่องราวของวรรณคดีไทย และถ่ายรูปกับยักษ์ทวารบาลที่ยืนเฝ้าประตูอย่างน่าเกรงขาม (ข้อควรระวัง: ต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ห้ามใส่กางเกงขาสั้นหรือเสื้อแขนกุด)
2. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) – เสริมดวงสุขภาพและความรัก
เดินจากวัดพระแก้วมาเพียงไม่กี่นาที คุณจะพบกับ “วัดโพธิ์” มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นต้นตำรับของการนวดแผนไทยที่โด่งดังไปทั่วโลก
- ประวัติและความน่าสนใจ: วัดโพธิ์เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 ไฮไลท์ที่ทำให้ทั่วโลกต้องตะลึงคือ “พระพุทธไสยาสน์” (พระนอน) ขนาดมหึมาที่มีความยาวถึง 46 เมตร บริเวณฝ่าพระบาทประดับด้วยมุกฝังลวดลายมงคล 108 ประการที่งดงามและประณีตที่สุดในศิลปะไทย
- กิจกรรมและเคล็ดลับการขอพร: สายสุขภาพต้องมาที่นี่! ขอพรให้ร่างกายแข็งแรง ไร้โรคภัย และสำหรับสาวโสดที่อายุเข้าใกล้เลขสาม มีความเชื่อว่าการมากราบไหว้พระนอนวัดโพธิ์จะช่วยเสริมดวงเรื่อง “ความรัก” ให้เจอคู่ครองที่ดี กิจกรรมห้ามพลาดคือการหยอดเหรียญใส่บาตรทองเหลือง 108 ใบที่เรียงรายอยู่หลังองค์พระนอน เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตมีแต่ความราบรื่นและมีโชคลาภ
3. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง) – เสริมบารมี ชีวิตรุ่งโรจน์
นั่งเรือข้ามฟากจากท่าเตียนมายังฝั่งธนบุรี คุณจะได้พบกับสัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ ที่โด่งดังไปทั่วโลก “พระปรางค์วัดอรุณ”
- ประวัติและความน่าสนใจ: วัดอรุณมีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช องค์พระปรางค์ใหญ่ถูกสร้างและต่อเติมจนเสร็จสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 ความมหัศจรรย์คือการนำเศษเครื่องกระเบื้องเคลือบสี เครื่องถ้วยชามเบญจรงค์ และเปลือกหอยมาประดับเป็นลวดลายดอกไม้ ทำให้พระปรางค์ทอประกายระยิบระยับเมื่อกระทบกับแสงแดด
- กิจกรรมและเคล็ดลับการขอพร: ชื่อวัดมีความหมายถึง “รุ่งอรุณ” ผู้คนจึงนิยมมาขอพรให้ชีวิตเริ่มต้นใหม่ด้วยความสดใส รุ่งโรจน์ ก้าวผ่านความมืดมิดและอุปสรรค กิจกรรมสุดฮิตในตอนนี้คือการเช่าชุดไทยมาเดินถ่ายรูปคู่กับพระปรางค์สีขาวที่ตัดกับท้องฟ้าสีคราม เป็นคอนเทนต์ที่เรียกยอดไลก์ได้อย่างถล่มทลาย
4. วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร – เสริมดวงการเงิน มั่งคั่งร่ำรวย
ขยับเข้าสู่ย่านไชน่าทาวน์ (เยาวราช) เพื่อพบกับความมหัศจรรย์ที่ถูกซ่อนไว้ใต้ปูนปั้น
- ประวัติและความน่าสนใจ: วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานของ “พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร” (หลวงพ่อทองคำ) พระพุทธรูปทองคำแท้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หนักถึง 5.5 ตัน! ในอดีตองค์พระถูกพอกด้วยปูนเพื่อพรางตาจากข้าศึก จนกระทั่งปูนกะเทาะออกในภายหลังจึงพบว่าเป็นทองคำบริสุทธิ์ทั้งองค์
- กิจกรรมและเคล็ดลับการขอพร: สีทองสื่อถึงความมั่งคั่ง สายธุรกิจและพ่อค้าแม่ค้าจึงหลั่งไหลมาขอพรเรื่อง “โชคลาภและการเงิน” ขอให้ทำมาค้าขึ้น หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง นอกจากนี้ภายในวัดยังมีนิทรรศการประวัติศาสตร์เยาวราชให้ได้เดินชมเพื่อศึกษาความเป็นมาของชาวจีนโพ้นทะเลในไทยอีกด้วย
5. วัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) – แก้ปีชง ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย
ปิดท้ายทริปสายมูในย่านเยาวราชกันที่วัดพุทธมหายานสไตล์จีนที่คึกคักที่สุดในกรุงเทพฯ
- ประวัติและความน่าสนใจ: ก่อตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนตอนใต้ที่เน้นการใช้ไม้และอิฐ หลังคามุงกระเบื้องลอนประดับด้วยมังกรคู่ ภายในควันธูปคลุ้งกระจายไปพร้อมกับแรงศรัทธาของผู้คนที่มาสักการะเทพเจ้าต่างๆ ทั้ง ไท้ส่วยเอี๊ย (เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา) และ ไฉ่ซิงเอี๊ย (เทพเจ้าแห่งโชคลาภ)
- กิจกรรมและเคล็ดลับการขอพร: หากปีนี้ใครตก “ปีชง” ที่นี่คือพิกัดอันดับหนึ่งในการมาทำพิธีแก้ชง ปัดเป่าเคราะห์ร้าย และฝากดวงชะตาไว้กับเทพเจ้าเพื่อความแคล้วคลาดปลอดภัย กิจกรรมที่น่าสนใจคือการเดินชมโคมไฟสีแดงที่แขวนประดับประดาอย่างสวยงาม และออกไปตะลุยชิมสตรีทฟู้ดระดับมิชลินไกด์ในย่านเยาวราชต่อได้เลย
ทริกการเดินทางไหว้พระในกรุงเทพฯ ให้สนุกและไม่เหนื่อย
- ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ: แนะนำให้ใช้รถไฟฟ้า MRT (เช่น สถานีสนามไชย, สถานีวัดมังกร) และเรือด่วนเจ้าพระยา เพื่อหลีกเลี่ยงรถติด
- พกร่มและน้ำดื่ม: อากาศเมืองไทยค่อนข้างร้อน การพกร่ม แว่นตากันแดด และน้ำเย็นๆ จะช่วยให้คุณสดชื่นตลอดวัน
- แต่งกายสุภาพ: สวมเสื้อที่มีแขน และกางเกงหรือกระโปรงที่ยาวคลุมเข่า เพื่อเป็นการเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
Hotel Bangkokian: โอเอซิสใจกลางเมือง รางวัลแห่งการพักผ่อน
หลังจากตระเวนทำบุญ ขอพร และเดินท้าแดดท้าลมมาทั้งวัน ร่างกายของคุณย่อมสูญเสียพลังงานและโหยหาการพักผ่อนที่แท้จริง การได้กลับมายังที่พักที่เปรียบเสมือน “เซฟโซน” จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ขอต้อนรับสู่ Hotel Bangkokian (โฮเทล แบงค็อกเกียน) บูทีคโฮเทลที่จะเปลี่ยนความเหนื่อยล้าของคุณให้กลายเป็นความผ่อนคลายระดับสิบ!
โฮเทล แบงค็อกเกียน ไม่ใช่แค่โรงแรมสำหรับนอนหลับ แต่เป็นพื้นที่ที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่ ที่ต้องการทั้งความสะดวกสบาย สไตล์ที่โดดเด่น และทำเลที่ตั้งที่เข้าถึงง่าย
ทำไม Hotel Bangkokian ถึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทริปนี้?
1. สถาปัตยกรรมและดีไซน์ที่ผสมผสานอย่างลงตัว (Tropical Modern Meets Classic) ทันทีที่คุณก้าวเข้ามาในโรงแรม คุณจะสัมผัสได้ถึงความร่มรื่นที่แตกต่างจากความวุ่นวายภายนอก การตกแต่งภายในเน้นโทนสีสบายตา ผสมผสานวัสดุไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เข้ากับเส้นสายการออกแบบสไตล์โมเดิร์นที่ดูสะอาดตา ทุกมุมของโรงแรมสามารถเป็นจุดถ่ายรูปอัปลง Instagram ได้อย่างสวยงาม
2. ห้องพักที่เข้าใจนักเดินทาง (Ultimate Urban Comfort) เตียงนอนของที่นี่คือ “แม่เหล็กดูดวิญญาณ” อย่างแท้จริง! หลังจากเดินไหว้พระมา 5 วัด การได้ทิ้งตัวลงบนเตียงระดับพรีเมียมที่หนานุ่ม พร้อมกับแอร์เย็นฉ่ำ จะช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่ปวดเมื่อยได้อย่างปลิดทิ้ง ภายในห้องพักกว้างขวาง จัดสรรพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และห้องน้ำที่ออกแบบมาให้คุณได้อาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้าได้อย่างสดชื่นที่สุด
3. ทำเลทองที่ทำให้การเดินทางเป็นเรื่องง่าย (Prime Location) จุดเด่นที่ทำให้ Hotel Bangkokian ชนะใจนักเดินทางคือ “ทำเลที่ตั้ง” ที่อยู่ในใจกลางเมือง คุณสามารถใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะเพื่อเดินทางไปยังวัดต่างๆ ในย่านพระนคร ย่านเยาวราช หรือแม้แต่แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารชื่อดังได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องเสียเวลาไปกับรถติดบนท้องถนน
4. การบริการที่อบอุ่นแบบไทย (Warm Thai Hospitality) รอยยิ้มและการดูแลเอาใจใส่จากพนักงาน คือเสน่ห์ที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้มาพักผ่อนที่บ้านเพื่อนสนิท พนักงานพร้อมให้คำแนะนำเรื่องเส้นทางการเดินทางและร้านอาหารอร่อยๆ ในย่านใกล้เคียง เพื่อให้ทริปกรุงเทพฯ ของคุณสมบูรณ์แบบที่สุด
บุญก็ต้องสร้าง ร่างกายก็ต้องพัก! อย่าปล่อยให้ชีวิตในเมืองหลวงบั่นทอนพลังงานของคุณ หาวันหยุดสุดสัปดาห์ ชวนเพื่อนสนิทหรือคนรัก ออกไปเดินสายไหว้พระเสริมสิริมงคลให้ชีวิตปังๆ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่งดงามของกรุงเทพฯ แล้วกลับมาทิ้งตัวเอนกาย ให้รางวัลกับตัวเองด้วยการพักผ่อนอย่างมีสไตล์ที่ Hotel Bangkokian รับรองว่าทริปนี้จะชาร์จแบตเตอรี่ชีวิตของคุณให้กลับมาเต็ม 100% พร้อมลุยกับทุกอุปสรรคอย่างแน่นอน!
เติมเต็มทริปเสริมดวงของคุณให้สมบูรณ์แบบ สำรองห้องพักใจกลางกรุงเทพฯ ในราคาที่ดีที่สุดล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ที่: www.hotelbangkokian.com

